สิ่งที่เรียกว่า "ความบันเทิง"
posted on 02 May 2008 07:35 by deppdeppfan in To-Shareความบันเทิงอย่างหนึ่งของคนไทย ก็คือละครไทยนี่แหละ
ต้องบอกจริงๆว่าไม่ได้ดูละครมานานมาก นานจนจำไม่ได้แล้วว่าเรื่องสุดท้ายที่ดูคือเรื่องอะไร และไม่ได้รู้ข่าวคราวของแวดวงละครไทย หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า "ตกข่าว" มาพอสมควร
แต่เมื่อวันก่อนได้มีโอกาสถกกับอาจารย์ท่านหนึ่งเรื่องละครไทยที่กำลังดังสุดขีดอยู่ตอนนี้ ด้วยความที่ไม่ดูละคร เลยไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วยนอกจากได้ฟังอาจารย์เดินมาบ่นว่า
"ทำไมละครเดี๋ยวนี้มันเป็นแบบนี้ไปแล้วหล่ะ ทำเรื่องให้ผู้ชายทำร้ายผู้หญิงได้ขนาดนี้แล้วเหรอ"
ตอนแรกฟังแล้วก็งงว่าอาจารย์พูดเรื่องอะไร แต่ฟังไปฟังมาก็อ๋อ.......เรื่องของนายคาวีกับนารินนั่นเอง แต่ก็ยังคงงงอยู่ว่าที่อาจารย์พูดนั่นหมายความว่ายังไง จนกระทั่งอาจารย์รุ่นพี่อีกคนเล่า(แกมบ่น)ให้ฟังว่า เมื่อคืนก่อน (ที่นานมาแล้วเมื่อเทียบกับเวลาที่เขียนตอนนี้) มันมีฉากที่พระเอกของเรื่องตบหน้านางเอกน่ะสิ แล้วก็เลยกลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทั้งในจอและนอกจอ
เราดูละครเรื่องนี้มาสองครั้ง ครั้งแรกสมัยพี่แซม-ยุรนันท์เล่นกับพี่ตุ๋ย-มนฤดี ครั้งที่สองคือคุณบรู๊คกับคุณกบ ซึ่งทั้งสองครั้งก็ได้เห็นพัฒนาการของความรุนแรง (และกักขฬะ) ของพระเอกของเรื่องเพิ่มขึ้น
สมัยพี่แซม-พี่ตุ๊ย จำได้ว่าพระเอกปากร้าย เข้าขั้นปากหมา วันๆไม่ทำอะไรนอกจากคอยกระแนะกระแหนนางเอกตลอดเวลา ตอนนั้นรู้สึกว่าเกลียดทั้งคาวีทั้งพี่แซมมาก ทั้งๆที่นอกจากการปากหมาไปวันๆ คาวีสมัยพี่แซมก็ไม่ได้ทำอะไรเกินเลยไปกว่านั้นนอกจาก "ฉากนั้น" ครั้งเดียว แต่นั่นก็ถือว่าชั่วแล้วสำหรับคาแรคเตอร์ของพระเอก
พอมาสมัยคุณบรู๊ค-คุณกบ ความเลวของพระเอกก็พัฒนาขึ้นจากการ "ดีแต่ด่า" มาเป็น "ปากว่ามือถึง" จำได้ว่าภาคนี้นารินมือไวพอควร คาวีด่าปั๊บ นารินตบปุ๊บ และพอนารินตบ คาวีก็จบการโต้เถียงด้วยการ "จูบ" ทุกครั้งไป
แล้วมาถึงสมัยปัจจุบันของคุณเคนกับคุณแอน ที่เราไม่ได้ดูแต่ได้รับฟังความเห็นหลายกระแสทั้งจากคนพูด หน้าหนังสือ และอืนเตอร์เน็ต ได้ข่าวว่าคาวีภาคนี้น่ากลัวมาก หยาบคายและร้ายกาจสุดๆ ในขณะเดียวกันก็เป็นที่รักสุดๆด้วยเหมือนกัน
จะร้ายขนาดไหนก็ไม่รู้ รู้แต่ทำให้อาจารย์ที่หลักสูตรแค้นเคืองได้ก็แล้วกัน
ย้อนกลับไปถึงการตั้งข้อสังเกตของอาจารย์เกียวกับพัฒนาการของละครไทย เมื่อฟังแล้วก็ได้แต่บอกอย่างคนที่ไม่ได้ดูว่า
"เค้าก็ทำเพื่อความสนุกน่ะค่ะ ดูเล่นขำๆมั้งคะ มันก็แค่ละครเพื่อความบันเทิง อาจารย์อย่าคิดมาก"
ปรากฏว่าคำพูดของเรา แทนที่จะทำให้ "ครู" ไม่คิดมาก กลับมองหน้าเราด้วยสายตาเหมือนเราเป็นตัวประหลาดแล้วถามว่า
"เธอเรียกการนั่งดูผู้ชายคนด่าผู้หญิง ตบผู้หญิง ข่มขืนผู้หญิงว่า "ความบันเทิง" เหรอ?"
คำถามนั้นทำให้เราพูด(เถียง)ไม่ออก ยิ่งอาจารย์พูดต่อไปว่า
"ความบันเทิง คืออะไรกันแน่ ถ้าเราเรียกสิ่งที่เราได้ดู ได้ยิน ได้ลิ้มรส หรือสัมผัสด้วยประสาทสัมผัสของเราแล้วเราชอบหรือเกิดความรื่นรมย์ยินดีว่าความบันเทิง เธอกำลังจะบอกครูว่า "ความบันเทิง" ของคนสมัยนี้คือการได้ดูฉากพระเอกข่มขืนนางเอก หรือนางเอกกับนางร้ายตบกันเพื่อแย่งพระเอกเหรอ?"
เราไม่ได้บอกอาจารย์ว่า ไม่ใช่แค่ "ได้ดู" เท่านั้น แต่บางคนถึงกับ "รอดู" เลยทีเดียว นึกถึงเว็ปบอร์ดเกี่ยวกับละครที่มีคนเข้าไปโพสแสดงความชื่นชมกับบทบาทของพระเอกและนางเอก โดยมีข้อความหลายข้อความเขียนทำนองว่า
"คืนนี้มีฉากเลิฟซีนของพี่เคนกับพี่แอนด้วย จะรอดู"
ยิ่งไปกว่านั้น บางข้อความยังบอกซะด้วยว่า
"อิจฉา............."
ก็ไม่รู้ว่าอิจฉาใคร และอิจฉาทำไม
คุณรับไม่ได้กับฉากตัวโกงลวนลาม ("แค่" ลวนลามนะ) นางเอก แต่คุณเรียก "ฉากข่มขืน" ของพระเอกกับนางเอกว่า "เลิฟซีน"!!??
ยิ่งกว่านั้น คุณยัง "อิจฉา" ชะตากรรมของนางเอก!?
สังคมไทยกำลังเข้าใจอะไรผิดกันรึเปล่า หรือ "เรา" เข้าใจผิดไปเองคนเดียว
ส่วนตัว เราเข้าใจว่าละครก็คือละคร ไม่มีใครคิดว่ามันเป็นเรื่องจริง คนเราแยกแยะได้เสมอว่าสไปเดอร์แมนกับ โทบี้ แมคไกวร์ไม่ใช่คนเดียวกัน เพราะฉะนั้นการไปยืนบนยอดตึกแล้วร้องเรียกสไปเดอร์แมนไม่สามารถทำให้คุณเจอกับโทบี้ แมคไกวร์ได้
เราเข้าใจ ว่าการทำละครไม่สามารถทำให้เหมือนกับบทประพันธ์ได้ต้องคิดถึงเรื่องการลงทุน ผลตอบรับ กระแส เรทติ้งและอะไรอีกหลายอย่าง
แต่เรากำลังสงสัยว่าระหว่างสิ่งที่ผู้ประพันธ์ หรือคนเขียนนวนิยายต้องการจะสื่อ การตีความของผู้จัดทำ และการรับรู้ของคนดูนั้นเป็นไปในทางเดียวกันหรือเปล่า
คุณกฤษณาแต่งเรื่องนี้เพื่ออะไร "ทำไม" คาวีต้องข่มขืนนาริน "อะไร" ทำให้นารินเปลี่ยนใจไปรักคาวีได้
เหตุผลของการกระทำของตัวละคร "ในหนังสือ" กับ "ในละคร" คืออะไร
และคนดู "ยอมรับ" การกระทำนั้นเพราะอะไร
เพราะนั่นคือ "พระเอกกับนางเอก"
หรือเพราะนั่นคือ "เคนกับพี่แอน"
วันก่อนผมดูที่วีมีโพลชี้ว่า
เด็กผู้ชายอยากเป็นพระอกจะได้ขมขื่นใครก็ได้
สื่อมันเน่าแล้ว
#1 By dong=ดอง,โด่ง on 2008-05-02 08:40