Thesis...จาก คนเคยทำ

posted on 20 Feb 2008 07:13 by deppdeppfan  in To-Read

 

เหมือนชีวิตว่างเลยนะเรา ขยันเขียนได้ทุกวัน แต่เค้าว่ากันว่า "การตื่นเช้าเป็นกำไรของชีวิต" ก็คงใช่...ตื่นเช้า มาทำงานแต่เช้า(มืด) ยังไม่มีใครมากัน นั่งคิดโน่นคิดนี่ไปเรื่อย เลยมีเรื่องให้เขียนเยอะ

เหมือนเช้าวันนี้ที่มี "เรื่อง" ให้เขียนจริงๆอย่างหัวข้อ เพราะวันนี้เป็นวันสอบวัดคุณสมบัตินิสิตปริญญาเอกเพื่อจะสอบหัวข้อวิทยานิพนธ์ พอนึกถึงเรื่องวิทยานิพนธ์ หรือ Thesis ก็เลยนึกไปถึงคำบอกเล่ากึ่งโอดครวญของเพื่อนกับรุ่นน้องที่เพิ่งคุยกันมาเมื่อวันก่อน

เท่าที่แวะไปเยี่ยมเยือนเพื่อนๆหลายๆบล๊อก เชื่อว่าหลายคนที่นี่เคยทำ หรืออยู่ในช่วงกำลังทำวิทยานิพนธ์อยู่ คนที่ทำเสร็จแล้ว ส่งแล้ว จบแล้ว ก็ดีใจด้วย ส่วนคนที่กำลังทำอยู่ ก็จงสู้ต่อไป

เรื่องของ Thesis นี่บางทีก็เหมือนที่เราพูดว่า "เจอกับตัวเองถึงรู้" (เหมือนชื่อเพลงเลย....รึเปล่า??) คือคนไม่เคยทำ ไม่เคยประสบจะไม่รู้หรอกว่ามันเหนื่อยยากสาหัสสากรรจ์ขนาดไหน ส่วนคนเคยทำมาแล้ว พอได้ยินเพื่อนๆ น้องๆโอดครวญก็จะพยักหน้า "อืมๆ.....พี่เข้าใจ เคยเป็นมาก่อน" หรือ "เออๆ เห็นใจหว่ะไอน้อง"

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากความ "เห็นใจ" และ "เข้าใจ" ก็มีบางอย่างที่อยากจะบอกกับเพื่อนๆและน้องๆที่กำลังอยู่ในช่วงการทำวิทยานิพนธ์ โดยเฉพาะเพื่อนๆและน้องๆที่เรียนที่ "คณะที่คุณก็รู้ว่าอะไร" และภาควิชา "คุณก็รู้ว่าภาคไหน" อยู่ว่า

Thesis เป็นงานของเรา.....ใช่ และ ไม่ใช่ค่ะ Thesisเป็นงานของเราเพราะมันมีชื่อเราอยู่ที่หน้าปก...อันนี้ใช่ มันเป็นของเราเพราะเราเป็นคน"สร้าง" มันขึ้นมากับมือและสมอง...อันนี้ใช่ แต่ Thesisไม่ได้เป็นงานของเรา(คนเดียว)เหมือนกันค่ะ อันนี้เพราะมันเป็นงานที่เกิดจากความร่วมมือและความเห็นชอบของอาจารย์ที่ปรึกษา กรรมการสอบ กรรมการหลักสูตร คณะ และมหาวิทยาลัย พูดง่ายๆก็คือทุกคนมีส่วนร่วมในThesisของเรา เพียงแต่หน้ากระดาษมันไม่พอที่จะเขียนชื่อทุกคนลงไปหมด ดังนั้นพวกเขาจึงให้เราเป็นตัวแทนใส่ชื่อเราคนเดียว ตามด้วยชื่อหลักสูตร ภาควิชา คณะ และมหาวิทยาลัยไง

เพราะฉะนั้น นิสิตที่อีโก้หรือไอ้โก้สูงประเภทนี่มันงานชั้น ชั้นจะทำอย่างงี้ใครจะทำไม ถึงต้องประสบกับความทุกข์ทรมานว่าทำไมส่งดราฟท์ไปเท่าไรๆ อาจารย์ถึงตีกลับมาให้แก้ตลอด ทำไมไม่ approve งานกูซักที(วะ) หรืออีกทีก็บอกว่า ทำไมแก้เท่าไหร่ๆก็ไม่ถูกใจอาจารย์ (แม่ม)จะให้แก้ไปถึงไหน(วะ)เนี่ย

อันนี้ต้องหยุดมุทะลุ หรือดันทุรังแก้ก่อน แล้วลองใช้จิตวิเคราะห์จากโน้ตที่อาจารย์โน้ตแก้มาให้ว่าจริงๆแล้วท่านต้องการให้เราเขียนแบบไหน แล้วลดความเป็นตัวของตัวเองลงมานิด ลองแก้ตามที่ท่านบอกดู อันนี้บอกเพราะเจอกรณีของเพื่อนสาวที่แก้ๆๆๆๆๆจนเกือบตาย แต่ก็ไม่ถูกใจโจ๋...เอ้ย...อาจารย์ พอเครียดจัดมันก็มาโวยวายแถมเอางานที่เค้าตีกลับมาให้ดู

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ย่อหน้าที่เขาให้แก้ มันแก้กลับไป 3-4 รอบด้วยข้อความที่ต่างกัน แต่เนื้อหายังเหมือนเดิม อ่านยังไงมันก็คือข้อความเดิมนั่นแหละ ข้อความที่เป็นไอเดีย+อีโก้ของมันที่ไม่ตรงกับไอเดียและอีโก้ของอาจารย์
"ไหนแกบอกว่าแก้แล้วไง นี่มันก็ข้อความเดิมนี่นา"
"ข้อความเดิมที่ไหน ชั้นเปลี่ยนแล้วไม่เห็นเหรอ"
เราไม่โทษเพื่อนค่ะ เพื่อนพยายามแก้จริง แต่เพื่อนยังไม่ลด ละตัวตนของตัวเอง เพื่อนยังยืนยันเจตนารมณ์เดิมที่ไม่สอดคล้องกับอาจารย์ (ไม่ได้บอกว่าผิด บอกว่าไม่สอดคล้องนะ อ่านดีๆ) และก็ยังแก้ไปโดยมีจิตใต้สำนึกที่ยึดมั่นกับความคิดของตัวเองเป็นตัวควบคุม อย่างนี้แก้ยังไงก็เหมือนเดิม

นิสิตหลายคน รวมทั้งเราด้วย พอรับงานคืนมา เห็นโน้ตบอกให้แก้ก็แก้ แต่ไม่อ่านหรอกว่าเค้าให้แก้อะไร แก้ภาษาหรือแก้เนื้อความ เห็นแค่ขีดมาว่าแก้กูก็แก้ พอแก้ไปไม่ตรงแล้วเค้าตีกลับก็โกรธอาจารย์ไปอีก เพราะฉะนั้น ก่อนแก้อ่านให้ละเอียดว่าที่เค้าให้แก้น่ะแก้อะไร หรือแก้เป็นอะไร อาจารย์บางท่านไม่มีโน้ตกำกับ ขีดเส้นแล้วเขียนแค่ "แก้" ให้นิสิตไปนั่งทางในเอาเองว่าควรแก้แบบไหน กรณีนี้ลองแก้ไปก่อน ถ้าโดนตีกลับอีกรอบถึงเอามาวิเคราะห์ว่าเค้าให้เราแก้อะไร แล้วค่อยแก้ใหม่ให้ถูกใจเค้า

แต่ถ้าแก้แล้วแก้อีก ยังไงก็ไม่ถูกใจ อีกไม่ถึงเดือนก็จะสอบแล้ว อันนี้แนะนำให้นัดวัน นัดเวลา ถามเลยค่ะว่าควรปรับปรุงประเด็นนี้ยังไงบ้าง ยังไม่ค่อยเข้าใจอาจารย์ช่วยแนะนำหน่อย ในกรณีที่อาจารย์และนิสิตยุ่งด้วยกันทั้งคู่ และไม่ค่อยได้คุยกัน นิสิตเอางานวางไว้บนโต๊ะ อาจารย์ตรวจแล้วเอาวางให้ที่เดิม สื่อสารกันทางโน้ตย่อ หรือบันทึกข้อความ ควรต้องนัดคุยบ้าง เพราะบางทีเราอาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อนกัน (อันเนื่องมากจากการอ่านลายมือของอีกฝ่ายไม่ออก) ก็เป็นได้

แต่ยังไงก็ขอบอกค่ะว่า Thesisไม่ใช่ของเราคนเดียว มันเป็นหน้าเป็นตาของอาจารย์ที่ปรึกษาด้วย เพราะฉะนั้น แม้เราจะเป็นคนเขียน แต่เค้าก็เป็นคนให้คำปรึกษา เราต้องฟังเค้าค่ะ มันเป็นผลงานร่วมกัน ตัวเราทำThesisเสร็จ เรียนจบ ออกจากมหาวิทยาลัย บางคนไม่ได้กลับไปดูThesisของตัวเองอีกเลย แต่อาจารย์เค้ายังอยู่กับThesisของเรานะคะ เค้ายังต้องใช้งานของเราอ้างอิง แนะนำกับรุ่นต่อๆไป ถ้าThesisของเราไม่ได้มาตรฐาน มันจะเป็นตราบาปติดตัวอาจารย์จนตายเลยค่ะ

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

sad smile

กำลังแก้ thesis อยู่พอดี

เอ๊ะ แต่ระดับ ปริญญาตรี เค้าเรียก แค่ สารนิพนธ์มั้งคะ

>เขียนหัวข้อ
>อาจารย์ที่ปรึกษาแก้
>สอบหัวข้อ
>อาจารย์ที่ปรึกษาแก้
>อาจารย์สอบแก้
>ลงภาคสนาม
>เขียนงาน
>อาจารย์ที่ปรึกษาแก้
>ลงภาคสนาม
>อาจารย์ที่ปรึกษาแก้ และแก้และแก้ ฮ่าๆๆ
>พรีเซ้นงาน
>อาจารย์สอบแก้ แก้ แก้ แก้

...โว้ยยย ทำให้ไม่อยากเรียนต่อก็เพราะthesis เนี่ยแหล่ะคะ เฮ่อออออออ

#1 By PsychO-Galz on 2008-02-20 08:36

เรื่องแก้นี่ต้องโดนกันทุกคนแน่นอนครับ

วิธีตรงที่สุดคือปรึกษาอาจารย์ที่ปรึกษา (ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าที่ปรึกษา) จะได้ไม่ต้องออกทะเลกันไปไกล

คำที่ตรงที่สุดคือประโยคที่ว่า "thesis ไม่ใช่ของเราคนเดียว มันเป็นหน้าเป็นตาของอาจารย์ที่ปรึกษาด้วย" อันนี้ "ต้องทำความเข้าใจ" เลยครับ ผมว่าไม่น่ายากนะสำหรับคนที่กำลังจะเป็นผู้สำเร็จการศึกษา

Hot!

#2 By inane on 2008-02-20 08:41

มีประโยคหนึ่งจากหนังเรื่อง "รักออกแบบไม่ได้" ที่ผมชอบมากคือ "วิทยานิพนธ์คือชีวิต" (แม้ว่าโดยส่วนตัว สำหรับผมมันจะเป็น "ชีวิต" ที่กระเดียดไปทางขมขื่นก็ตาม confused smile)

โดยรวม เห็นด้วยกับ entry นี้ครับ ในฐานะงานที่จะต้องไปปรากฏสู่สาธารณะ เจ้าของงานควรตั้งใจทำ และเข้าใจในความเคี่ยวเข็ญของอาจารย์ที่ปรึกษาให้มากๆ

ติดอยู่นิดเดียว คณะที่ผมสังกัดอยู่มิยักมีไอเดียอย่างที่สองย่อหน้าสุดของคุณว่าไว้แฮะ คือเวลานิสิตทำอะไรๆเฮงซวยออกมา อาจารย์ก็มักกล่าวว่า "เรื่องของคุณ งานของคุณ อยากขายหน้าก็ตามใจ" sad smile

อีกเรื่องที่อยากแลกเปลี่ยนด้วยคือ "อีโก้" ที่ปรากฎในงาน

ในทัศนะของผม originality เป็นสิ่งจำเป็นในงานวิทยานิพนธ์

อย่างไรก็ตามผมเห็นด้วยกับคุณว่า เราไม่ควรปะปน "ความเป็นตัวของตัวเอง" กับ "กูถูกเสมอ" จนไม่ฟังสิ่งที่อ.ที่ปรึกษาทักท้วง

ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ เอาเข้าจริงก็แยกยากเหมือนกัน ระหว่าง การดำรงความเป็นตัวของตัวเองไว้ กับ การยอมรับว่าตนคิดผิดจริง

คือสุดโต่งไปข้างใดข้างหนึ่งก็แย่นะ ผมว่า

อาจารย์ทักอะไรหน่อย ก็ไม่ defend สิ่งที่ตัวคิดเลย ผมก็ว่าไม่ original เท่าไหร่

ครั้นไอ้ "กูถูกเสมอ" อาจารยือย่ามารู้ดี ผมว่าก็ไม่ถูกเหมือนกัน

เขียนมาตั้งยาว ไม่มี conclusion เหมือนกันครับ
confused smile

#3 By Art VS. Ying on 2008-02-20 12:14

ตอบคุณ Artค่ะ:
อาจจะเป็นโชคดีของนิสิตคณะคุณอาร์ตก็ได้ค่ะที่มีโอกาสลองผิดลองถูกได้เอง และก็ได้เชิดหน้ารับผลของการกระทำของตัวเอง

แต่อย่างว่าค่ะ บางครั้ง thesis ก็เป็นเรื่อง "การเมือง" เล็กๆในบางคณะหรือบางภาควิชาเหมือนกัน อย่างเช่นว่า thesisของนิสิตก็คือหน้าตาของอาจารย์ที่ปรึกษา มันก็คล้ายๆพวกแม่ๆไฮโซอวดเรื่องลูกของตัวเองนั่นแหละค่ะ โดยเฉพาะถ้าอาจารย์ที่ปรึกษากับกรรมการสอบเกิดเกาเหลากันมาก่อน(อย่างกรณ๊ของดิฉัน)รับรองได้ว่า thesisเล่มนั้นของนิสิตไม่มีวันได้เป็นของนิสิตเพียงคนเดียวแน่นอนopen-mounthed smile

คอมเม้นท์ของคุณอาร์ตทำให้ได้ไอเดียในการเขียนเรื่องต่อไปอีกแล้ว เอาไว้กลับไปเขียนดีกว่า

ขอบคุณนะคะ big smile

#4 By Endearing on 2008-02-20 13:27

กะลังแกล้งทำเป็นลืมๆ ค่ะ

แต่ที่เราเรียนเรียกว่าเป็น IS มากกว่า

พยายามกันต่อไป มิฉะนั้นจะได้ต่ออีกเทอม

#5 By ~ :: SuPer M i l K y :: ~ on 2008-02-20 15:19

ผมอาจจะยังเด็ก แต่ขอเสนอมุมมองของตัวเองบ้าง คงไม่ว่ากันนะครับ ผมมองว่า thesis ก็เป็นเหมือนงานที่คุณได้รับมอบหมายมาเวลาทำงานจริง
หน้าที่ทำงานอาจเป็นของเรา แต่ก็เป็นหน้าเป็นตาของคนที่มอบหมายงานให้เราด้วย การจะมาดูว่าใครผิดหรือถูกนั้น ผมว่าไม่สำคัญเท่ากับการมามองที่ปัญหาจริงๆมันเกิดจาก
อะไรมากกว่าครับ
ผมไม่ได้บอกว่ผมคิดถูกนะครับ แต่อยากลองเสนอความคิดดู ถ้าผิดก็ขอยอมรับการท้วงติงครับ (แต่ไม่ใช่ด่านะ)

#6 By คนธรรมดา on 2008-02-20 16:44

เพื่อนผมมันเคยแนะแนวทางการเขียน Thesis ให้โดนแก้น้อยๆครับ...

คือให้ไปเลียนแบบแนวคิดและวิธีเขียนของ Thesis คนอื่นในห้องสมุด

ซึ่ง ของตัวมัน ผมไม่รู้ว่ามันทำแบบนั้นมากมายเท่าไหร่ แต่มันผ่านไวมาก...

คิดอะไรแง่ลบได้อีกหลายอย่างเลยละครับ - -''
ก็อย่างที่บอกค่ะ เราเองก็เขียนเรื่องนี้จากประสบการณ์และการเรียนรู้ของตัวเอง บางคณะ บางมหาวิทยาลัยอาจจะไม่เป็นอย่างของเราก็ได้

เสนอมาได้เลยค่ะความคิดอะไรไม่ว่ากันอยู่แล้วbig smileเต็มใจและยินดีรับฟัง(อ่าน ;P)ค่ะ

พออ่านคอมเม้นท์ต่างๆ ก็มีไอเดียจะเขียนต่ออีกแล้ว ใครจะว่าเราบ้ามั้ยเนี่ยถ้าอัพบลอควันละ 3-4 รอบ เหอะๆๆ

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ confused smile

#8 By Endearing on 2008-02-20 16:57

อ่านแล้ว เลยต้องตัดสินใจอีกทีเลยนะเนี่ย
sad smile กะลังคิดจะเรียนอยู่ (ป.โท) นะ ก็ได้ยินมาเหมือนกัน และเห็นเพื่อนเรายังไม่จบเลยตั้ง 4 ปีแน่ะembarrassed มานแก้แล้วแก้อีกแก้แล้วแก้อยู่นั่นแหละ
ตอนนี้มานกะลังหาทางต่ออายุอยู่นะbig smile

#9 By c (202.28.111.17) on 2008-02-20 17:07

-- รีบทำนะคะ จะได้จบ อิอิ..

-- ขอบคุณนะคะที่แวะไปที่บลอค

-- สีอะคลิลิคเวลาลงไปที่รองเท้า

-- แล้วต้องเอาไดเป่าผมมาเป่าอ่ะคะ

-- เวลาซักก็จะไม่ออกอ่ะคะ

-- ลองทำดูนะคะ confused smile

#10 By Evil-minded Angel on 2008-02-20 17:30

นี่สินะสิ่งที่รอผมอยู่ในอีก5ปีข้างหน้า Hot!

เป็นความรู้ที่ดีมากเลยครับ^^

#11 By [veho---[[as Gaara]] on 2008-02-20 18:18

thesis มันก็เหมือนงานจ้างน่ะเราว่า รับเงินเค้ามา ก็ต้องมีงานให้เค้า มีงานแย่ๆออกมามันก็เหมือนเราขายของที่ไม่ดีออกไป เมื่อเราขายของที่ไม่ดี เค้าก็จะบอกต่อกันไปเรื่อยๆ งานหน้าเราก็จะไม่มีทำ ไม่อยากให้คิดว่ามันเป็นงานของใครหรือใครตัดสินใจ เพราะตอนนี้ที่เราทำอยู่เราถือว่าอาจารย์เค้าก็ฟังเราน่ะ ไม่ใช่ว่าเราต้องทำตามที่เค้าสั่ง เรามีวิธีการอะไรที่น่าสนใจเค้าก็ให้ลองทำให้เราหัดตัดสินใจด้วยตัวเอง ยังไงก็ต้องสู้กันต่อไปเรื่อยๆ ความพยายามอยู่ที่ไหน ความพยายามก็อยู่ที่นั่นน่ะแหละ จริงมั้ย
อ่านแล้วโดนค่ะ

เพราะกำลังอยู่ในช่วงเขียนproposal

บอกให้แก้เนี่ย จะให้แก้ไรว๊า 555

#13 By Nekoichann ~ Sweet Alice on 2008-02-20 22:36

โอ้ว โดนค่ะ

ถึงจะไม่ใช่ป.เอก แต่ thesis ป.โทก็รู้ซึ้งถึงความหนักหนาสาหัสแล้ว

แต่เรื่องที่ว่า thesis ไม่ใช่ของเราคนเดียวเนี่ยค่ะ แทงใจสุดๆ ตอนนี้เราแทบจะเรียกว่า งานเราคนเดียวเลย (ไม่กล้าเข้าไปหาอ.)
ของเราไม่ใช่งานอาจารย์ค่ะ
ฮือ ตอนทำ จารย์เราท้องลูกคนแรกค่ะ
ปรึกษาหัวข้อผ่านแล้วปล่อยลอยแพ
ไม่มีการตรวจ ไม่มีให้พรีเซ้น ส่งดราฟ
ดีเฟนทีซิส แบบว่า เอ็งเชิญทำของเอ็งเองมากๆ
ทีซิสเราเป็นของเราคนเดียวมากกว่าแน่ๆTT^TT
คิดว่าถ้ามีอาจารย์มากวดเข้มๆอาจจะออกมาดีกว่านี้
แต่โดยรวมๆก็พอจะพอใจค่ะ
แต่ของเรามันแค่ ป โท ถ้าเป็นป เอกคงต่างเยอะเลย



ยังไงก็อวยพรให้สู้ๆนะคะทีซิส

#15 By mikan on 2008-02-20 23:17

คุณ bambusa:

เราไม่คิดว่า Thesisเหมือนการจ้างงานนะคะ มันไม่ใช่การแลกเปลี่ยน แต่มันเป็นการเลือกทำในสิ่งที่อยากทำโดนไม่เต็มใจ(ในบางครั้ง)sad smile

เราไม่มีโอกาสแก้ตัวอีกเลย หลังจากที่ส่งเล่มไปแล้ว แม้ว่าจะกลับไปอ่านแล้วอยากแก้ใจจะขาด นั่นคือสาเหตุว่าทำไมเราถึงต้องแก้จนถึงที่สุดก่อนจะถึงกระบวนการสุดท้าย
และอย่างที่บอกค่ะ ว่าเราเรียนจบ เราเดินออกมาโดยไม่จำเป็นต้องหันกลับไปมองสิ่งที่เราทำไว้ แต่อาจารย์ คณะและมหาวิทยาลัยยังคงต้องเก็บงานเราไว้อยู่ และชื่อของเราก็ยังปรากฏบนปก คนเครียดตอนนี้อาจเป็นเรา แต่เราเครียดแค่ 2 หรือ4 ปี หลังจากนั้นคนเครียดกว่าคืออาจารย์ค่ะ

#16 By Endearing on 2008-02-20 23:20

หัวข้อยังไม่ผ่านเลยอ่ะ

ปล.อ่านเอนทรี่นี้แล้วเครียดขึ้นมาทันที

#17 By pisces on 2008-02-21 00:04

โอ เข้าใจอารมณ์เลยค่ะ เรื่องแก้ๆเนี่ย
เผอิญหัวข้อเพิ่งผ่านไม่นาน ชีวิตคนทำ thesis นี่มันช่าง... T-T

#18 By cinnamoroll on 2008-02-21 12:08

อย่างไรก็ตาม เราไม่ชอบแก้งานเลยสักนิด

มันเปลืองกระดาษน่ะ หมึกพิมพ์ด้วย
ถึงจะบอกว่าการศึกษาคือการลงทุน
แต่เราว่า น้ำหมึก หรือ ผงหมึกเนี่ย
มันน่าจะเป็น carcinogen นะ
แล้วยังกระดาษที่ทิ้งกันเป็นรีมๆ นั่นอีก น่าเสียดาย
ไม่ใช่ว่างก แต่ ส่งเป็นไฟล์แล้วแก้ในนั้นเอาก็ได้นี่นา

ป.ล. ว่าแต่ ซีดีก็เป็นขยะย่อยยากแฮะ sad smile

#19 By PoY on 2008-02-21 13:56

กำลังปวดหัวจาก thesis อยู่พอดีค่ะ...เจอกับตัวเองถึงรู้ว่ามานยากถึงเพียงนี้

#20 By Kiwi-Mania on 2008-02-21 15:18

เพิ่งทำประวัติศาสตร์นิพนธ์เสร็จส่งไปเมื่อวันพุธนี้เอง

เหลือเก็บอีกวิชาก็จะจบ ป.ตรี แล้ว

โชคดีอาจารย์ไม่ซีเรียสมากเลยรอดมาได้
แต่เพื่อนๆเครียดกันสุดๆ ทั้งที่เนื้อหาแน่น แต่ไม่รู้มั่วทำอะไรกันอยู่ คงขาดความมั่นใจมั้ง?

อย่างเด็กทีมชาติ ยังมาถามผมเรื่องรูปแบบนิพนธ์ ทั้งๆที่ผมได้เรียนได้เกรดห่วยกว่าพวกเขาทั้งเยอะ

อยากบอกว่า "มั่นใจในตัวเองหน่อยสิฟ่ะ"

อันไหนผิด เดี๋ยวอาจารย์ก็ให้กลับมาแก้เองแหละ
ค่อยแก้ เดี๋ยวก็เสร็จ

เนื้อหางานผมไม่ละเอียดเท่าไหร่ แต่ผมทำงานเรียบร้อย หักลบแล้วก็ออกมาพอดูได้

ปล. งานดีไม่ดียังไง ก็เป็นตัวอย่างให้รุ่นน้องได้น้า

รุ่นพี่ผมโดนเอามาเป็นตัวอย่างฮ่าๆว่า "ทำแบบนี้ก็ Get Dog น่ะสิ" confused smile

ปล2. ไม่เรียนต่อละ ว่าจะไปเอาดีด้านช่างคอมพิวเตอร์ดีกว่า ไม่ชอบงานวิชาการ แต่ที่บ้านมีแต่นักวิชาการ เลยต้องเรียนๆไป เอาใบปริญญาไว้ให้ที่บ้านภูมิใจ

#21 By Noah on 2008-02-21 19:20

ง่า ง่า และง่า...
ปล่อยชีวิตและเงินทองไปกับการลงทะเบียนวิทยานิพนธ์มาเป็นปีแล้ว กะลังกลุ้มอยู่เล้ยยย
แต่ขอบคุณเจ้าของบทความนี้ ทำให้เข้าใจ "เขา" เข้าใจ "เรา" มากขึ้นเยอะเลย
...ชอบที่บอกว่า Thesisไม่ใช่ของเราคนเดียว มันเป็นหน้าเป็นตาของอาจารย์ที่ปรึกษาด้วย ...ขอบคุณครับ big smile

#22 By zomeone (202.91.18.205) on 2008-05-04 01:03