ก๊อบมาจากอีกบ้านของเรา เอามาแปะคั่นเวลา
วันนี้ไปโรงพยาบาลมา
หมอนัดดูผลการรักษาอาการปวดหลังเนื่องจากกล้ามเนื้ออักเสบ อาการดีขึ้น
คือไม่ตะบี้ตะบันปวดเหมือนอาทิตย์ก่อน แต่ยังคงปวดตึบๆเวลานั่งนานๆประมาณ
1 ชั่วโมงขึ้นไป....โชคร้ายที่เราเป็นคนนั่งนาน
คือถ้านั่งทำงานก็จะนั่งโดยไม่ลุกไปไหน
ไม่เปลี่ยนท่าก็เลยทำให้มันยังไม่ค่อยหายเพราะคอยแต่ไปย้ำความอักเสบมันนั่นแหละ
แต่ก็พยายามเชื่อหมอนะ ลุกบ่อยๆ เดินเล่นในห้องบ้าง
กับเดินออกกำลังตอนเย็นๆ ผลก็ดีขึ้นมาก แต่ในเมื่อมันยังไม่หายเด็ดขาด
ก็เลยได้ยามากินอีกชุด และยังต้องไปตามนัดอีกอาทิตย์หน้า
ทั้งนี้อยู่ในเงื่อนไขที่ว่าถ้ามันหายก่อน ก็ไม่ต้องกินและไม่ต้องไปหา
ที่เล่ามาทั้งหมด ไม่ใช่เรื่องที่อยากจะพูดจริงๆวันนี้ (หลอกให้อ่าน 555)
ที่จะพูดก็คือเรื่องตามหัวข้อ 134
134 เป็นสายของรถเมล์
วิ่งจากหมู่บ้านบัวทองไปถึงหมอชิต มีทั้งรถแดงและรถแอร์ รถเมล์ 134
เป็นรถเมล์สายที่เราคุ้นชินมากที่สุดเพราะในสมัยหนึ่งจนถึงเมื่อไม่นานมานี้มันเป็นรถเมล์สายเดียวที่วิ่งผ่านบ้าน
และเป็นรถเมล์สายเดียวที่นำพาเราไปสู่โลกภายนอก หรือนอกจังหวัดนนทบุรี
(ถ้าไม่นับรถหวานเย็นของสหบางบัวทองที่วิ่งอยู่ในจังหวัด)
พูดแบบนี้แล้วจะหาว่ายัยนี่บ้านนอก...................มีรถวิ่งผ่านสายเดียว
จริงๆแล้วจังหวัดนนท์มีรถเมล์จากรุงเทพฯเข้า-ออกหลายสาย แต่ 134
เป็นสายเดียวที่ผ่านหน้าบ้านเรา
เอาหล่ะมาเข้าเรื่องต่อ
ในบรรดารถเมล์สารพัดสายที่วิ่งอยู่ทั่วกรุงเทพฯ
ส่วนมากผู้ใช้บริการมักจะนึกถึงข้อดีของรถสาธารณะเหล่านี้ไม่ค่อยออก
นึกออกก็แต่คำด่า ทั้งพวกปีศาจตีนผีกลับชาติมาเกิด หรือพวกจอดป้ายแถมป้าย
ข้อตำหนิพวกนั้นเราไม่พูดถึง
เราจะพูดถึงความประทับใจที่มีต่อรถเมล์สายนี้ต่างหาก
หมายเหตุ: ความประทับใจไม่ได้แปลว่า "ข้อดี" ไม่ว่าคุณจะเช็คกับพจนานุกรมฉบับไหนก็ตาม
ความประทับใจข้อแรกคือ 134 เป็นรถเมล์ที่มาตรงเวลา
(ในชั่วโมงเร่งด่วน) ก็อีกแหละ คำว่าตรงเวลาไม่ได้หมายความว่า "เร็ว"
แต่หมายความว่าในช่วงเวลา 6.30 - 9.30 โดยประมาณ รถเมล์สายนี้จะมาทุกๆ 20
- 25 นาที ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต้นสายเค้าปล่อยรถยังไง
แต่เท่าที่ประมวลได้จากการขึ้นรถในช่วงเวลานี้ทุกวันคือ จะมีรถเที่ยว
6.30, 7.00, 7.30 และเรื่อยไปอย่างนี้ทุกวัน จะเร็วบ้างช้าบ้างก็ 5 -10
นาที หมายความว่าถ้าเที่ยวก่อนมาถึงป้ายเราตอน 7.10 เที่ยวต่อไปก็จะมา
7.40 ประมาณนั้น
ทั้งนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าปัจจัยของเรื่องนี้คือความตั้งใจของอู่ที่ปล่อยรถตรงเวลา(ปกติอู่รถเค้าก็ปล่อยตรงเวลาอยู่แล้ว....รึเปล่า?)
หรือบ้านเรารถติดแบบนี้เป็นปกติ หรือมันรถติดเท่าเดิมทุกวัน
ความประทับใจข้อที่สอง 134
เป็นรถเมล์(น่าจะ)สายเดียวที่รถครีม-แดงมีการเก็บค่าโดยสารตามระยะทาง คือ
7 บาท ถึง 12หรือ 14 บาทเนี่ย ไม่แน่ใจอันนี้ไม่รู้เพราะอะไร
หรือเป็นนโยบายไหนที่ให้พี่มาร์ค(อภิสิทธ์)กับรถเมล์สายนี้เป็นพิเศษในการเก็บค่าโดยสาร
แต่ก็ไม่มีใครทักท้วงอะไรเพราะคนแถวนั้นก็รู้กันเป็นปกติ
ความประทับใจข้อที่สาม 134แอร์
เป็นสายรถเมล์ที่กระเป๋ารถเมล์หน้าตาดีเกินมาตรฐานกระเป๋ารถเมล์ทั่วไป
(หมายรวมทั้งชายและหญิง) ....หมายเหตุอีกที:
ดีเกินมาตรฐานของกระเป๋ารถเมล์ทั่วไปไม่ได้หมายความว่า "สวย" หรือ "หล่อ"
แบบแพนเค้ก หรือตาเวียร์ แต่ประเมินเอาจากการขึ้นปอ. 134 มา 20กว่าปี
กระเป๋ารถเมล์สายนี้ดูดีเกือบทุกคน
ที่มีติดใจอยู่คนนึงเป็นชายหนุ่มสูงโปร่งหน้าตี๋ฮ่องกง(ตี๋ฮ่องกงจะหน้าโหดกว่าตี๋เกาหลี
แต่ไม่เหียกเท่าตี๋ญี่ปุ่น-*-") ผิวขาว.......เนียนใสมากๆ
กับอีกคนเป็นสาวใหญ่วัยน่าจะ 35 หรืออาจจะเกือบ 40
แต่หุ่นดีมาก.....เรียกว่าสูง ยาว ขาว เอ็กซ์ทีเดียว
ผมยาวดัดและทำสีมีไฮไลท์ทันสมัยเปี๊ยบ สวยค่ะ
เราขึ้นรถรอบบ่ายจะเจอพี่เค้าบ่อยๆ เรายังชอบมองเค้าเลยแหละ หิหิ
ความประทับใจข้อที่สี่ 134 มีกระเป๋ารถเมล์ที่ "ดุ"
มาก (อีกที: ดุมาก คนละความหายกับ ปากจัด)
คือเป็นกระเป๋าที่เข้มงวดต่อการจัดระเบียบสังคมการยืนบนรถมาก
อาจเพราะเป็นรถที่นานๆมาทีและคนมักจะแน่นเสมอทำให้ไม่สามารถขึ้นไปยืนสุ่มหกสุ่มเจ็ดได้ ใครที่ขึ้นไปแล้วยืนแหมะอยู่หน้าประตูจะถูกเรียกขานทันที
"น้องเสื้อเขียวที่เพิ่งขึ้นมา เขยิบเข้ามาข้างในหน่อยค่ะ ข้างในยังว่าง"
หรือ
"พี่ลงป้ายไหน"
"ลงพระนั่เกล้า"
"อีกไกลพี่ มายืนหลังนี่เลยมา"
"ลงพระนั่เกล้า"
"อีกไกลพี่ มายืนหลังนี่เลยมา"
หรือ
"ในซ้ายขวาเขยิบหน่อยสิครับ ผมพูด 3 รอบแล้วนะพี่ยังไม่ยอมถอยเลย"
อีกกรณีจะเป็นการเดินไปสะกิดอย่างสุภาพ
"น้อง ช่วยย้ายไปยืนด้านโน้นหน่อย....ขอบคุณครับ" (ยังแอบมารยาทดี)
ก็ว่ากันไป.....ข้อดีก็คือผู้โดยสารจะได้รับความสะดวกกันถ้วนทั่ว หรือไม่ก็อายกันโดยถ้วนทั่วทั้งคัน
เพิ่มอีกนิดว่า แต่ก่อนนั้น สาย
134เป็นสายที่เกิดคดีข่มขืน ลวนลามค่อนข้างบ่อย
ถ้าใครมีชีวิตอยู่ในช่วงประมาณปี35 กว่าๆจะเห็นข่าวนักเรียนถูกข่มขืน
ถูกลวนลามบนรถเมล์สายนี้บ่อย
คิดเอาเองว่าอาจเพราะคนแน่นแล้วก็ผ่านรับผู้โดยสารหลากหลาย
และกระเป๋า(ในสมัยนั้น) คงไม่ค่อยชอบเดินไปเดินมาเท่าไหร่
ผิดกับกระเป๋าสมัยนี้ที่เดินขึ้นดินลงตลอดเวลาจนอยากหันไปบอกว่าชั้นจะยืนไม่ได้ก็เพราะต้องคอยหลบการเดินเนี่ยแหละ
ความประทับใจข้อที่ห้า กระเป๋าบอกป้ายเสมอ แถมบางรายไม่บอกแค่ป้ายแต่บอกให้เสร็จว่าลงแล้วจะต่อสายไหนได้อีก
"ป้ายหน้ากระทรวงสาธารณสุข ไปนนท์ต่อ63 ไปปากเกร็ดต่อ 104 เลยพี่เลยยยยย....."
น่ารักซะไม่มี
วันหลังจะมาเล่าเรื่องรถเมล์สายอื่นบ้าง ขอกลับไปคิดก่อนนะ
Good Night ค่ะ
Tags: 134, รถเมล์4 Comments
-- ในความคับแคบและอึดอัดของสังคมเล็กๆ บนรถเมล์
-- ก็ยังมีอะไรเล็กๆ น้อยๆ ให้เราได้ยิ้มไปกับมันเสมอ
#1 By Evil-minded Angel on 2008-02-21 14:58